Need a quotation?

Dear Customers, if you wish to receive a quotation, we kindly ask you to fill in below form. Once the form has been duly filled and submitted, the rates will be quoted to you.

Error: Contact form not found.

SEARCH SITE BY TYPING (ESC TO CLOSE)

Category Archives: ข่าวสาร

ตู้คอนเทนเนอร์ ขนาดเท่าไหร่ มีแบบไหนบ้าง

ตู้คอนเทนเนอร์  มีแบบไหนบ้าง

ตู้คอนเทนเนอร์ คือ สิ่งที้ใช้สำหรับบรรจุสินค้าที่ใช้ในการขนส่งทางเรือ มีหน้าที่เพื่อให้การขนส่งง่าย บรรจุได้เยอะและปลอดภัย โดยหลักๆแล้วตู้คอนเทนเนอร์ก็จะมี ตู้ 20ฟุต และ 40 ฟุต ที่นิยมใช้ในการขนส่ง และยังมีอีกหลายประเภท วันนี้มาดูกันดีกว่าครับว่ามีอะไรบ้าง

ตู้แห้ง Dry Container (20′ Steel Dry Cargo Container)  หรือเรียกอีกอย่างนึงว่าตู้สั้นมีขนาดภายในดังภาพ

ตู้แห้งขนาด  40′ Steel Dry Cargo Container

ตู้แห้งขนาด 40′ Hi-Cube Steel Dry Cargo Container

ตู้แห้งขนาด 45′ Hi-Cube Steel Dry Cargo Container

ตู้คอนเทนเนอร์แบบทำความเย็นได้ ขนาด 20′ Refrigerated Container

ตู้คอนเทนเนอร์แบบทำความเย็นได้ ขนาด 40′ Hi-Cube Refrigerated Container

Special Container ตู้พิเศษ

20′ Open Top Container

40′ Open Top Container

40′ Hi-Cube Open Top Container

20′ Flat Rack Container with Collapsible End

ตู้ 40′ Flat Rack Container with Collapsible End

ขอบคุณภาพประกอบจากสายเรือevergreen

READ MORE

วิธีการแพ็คสินค้าส่งต่างประเทศที่เพื่อประหยัดค่าส่งสินค้า

วิธีการแพ็คสินค้า

วิธีการแพ็คสินค้าส่งต่างประเทศ

การส่งสินค้าไปต่างประเทศอาจมีค่าใช้จ่ายสูง โดยเฉพาะค่าขนส่ง แต่ด้วยวิธีการแพ็คสินค้าที่ถูกต้อง คุณสามารถลดขนาดและน้ำหนักของพัสดุ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและลดความเสี่ยงที่สินค้าจะเสียหายระหว่างการขนส่ง KTC Global Logistics ผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ ขอแนะนำเกี่ยวกับวิธีการแพ็คสินค้าให้มีประสิทธิภาพและคุ้มค่าที่สุด

ทำไมวิธีการแพ็คสินค้าจึงสำคัญ?

วิธีการแพ็คสินค้าที่ถูกต้องไม่เพียงช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ยังช่วยให้:

  • ลดความเสี่ยงที่สินค้าจะเสียหายระหว่างการขนส่ง
  • เพิ่มความประทับใจให้กับลูกค้าเมื่อได้รับสินค้าในสภาพสมบูรณ์
  • ลดปัญหาเรื่องการเคลมสินค้าและการคืนสินค้า
  • สร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจของคุณ

หลักการสำคัญในการแพ็คสินค้า

หลักการพื้นฐานในการแพ็คสินค้าส่งออกมีดังนี้:

1. เลือกขนาดกล่องที่เหมาะสม

เลือกกล่องที่มีขนาดพอดีกับสินค้า ไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป เพื่อลดพื้นที่ว่างและป้องกันไม่ให้สินค้าเคลื่อนไหวภายในกล่อง

2. แพ็คให้แน่นและกระชับ

เติมช่องว่างภายในกล่องด้วยวัสดุกันกระแทก เช่น พลาสติกกันกระแทก (Bubble Wrap), เม็ดโฟม (Packing Peanuts), หรือกระดาษ เพื่อป้องกันสินค้าไม่ให้ขยับและลดแรงกระแทก

3. ใช้วัสดุแพ็คสินค้าที่เหมาะสม

เลือกวัสดุแพ็คสินค้าตามลักษณะของสินค้า เช่น:

  • สินค้าแตกหักง่าย: ใช้พลาสติกกันกระแทกหรือเม็ดโฟม
  • สินค้ามีเหลี่ยมคม: หุ้มด้วยกระดาษแข็งหรือโฟม
  • สินค้ามีน้ำหนัก: ใช้กล่องที่แข็งแรงและวัสดุกันกระแทกที่มีความหนาแน่นสูง

4. ปิดผนึกกล่องให้แน่นหนา

ใช้เทป OPP ที่แข็งแรงปิดผนึกกล่องให้สนิท เพื่อป้องกันไม่ให้กล่องเปิดออกระหว่างการขนส่ง

5. ติดฉลากให้ชัดเจน

ติดฉลากที่อยู่ผู้ส่งและผู้รับให้ชัดเจน และระบุข้อความเตือน เช่น “Fragile” หรือ “Handle with Care” หากสินค้าแตกหักง่าย

เคล็ดลับเพิ่มเติมสำหรับการแพ็คสินค้าส่งออก

  • เสริมความแข็งแรงของกล่อง: ใช้เทปเสริมความแข็งแรงบริเวณมุมและขอบของกล่อง
  • กระจายน้ำหนักให้เท่ากัน: วางสินค้าที่มีน้ำหนักมากไว้ด้านล่าง และสินค้าเบาไว้ด้านบน
  • ห่อสินค้าแต่ละชิ้นแยกกัน: เพื่อป้องกันการเสียดสีและความเสียหาย
  • ใช้กล่องใหม่เสมอ: หลีกเลี่ยงการใช้กล่องที่เคยใช้งานแล้ว เพราะอาจมีความแข็งแรงลดลง
READ MORE

5 ขั้นตอนง่ายๆสำหรับกับการนำเข้าและส่งออกสินค้าไปทั่วโลก

การนำเข้าและส่งออกสินค้า: ครบทุกขั้นตอน สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย

การนำเข้าและส่งออกสินค้า เป็นขั้นตอนสำคัญในการดำเนินธุรกิจในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ประกอบการรายย่อยหรือบริษัทขนาดใหญ่ การขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งจำเป็น เราเข้าใจถึงความท้าทายและความซับซ้อนของกระบวนการนี้ จึงพร้อมให้บริการ การนำเข้าและส่งออกสินค้า ที่ครบวงจร เพื่อช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างไม่สะดุด

คุณต้องการขนส่งสินค้าที่ไหน?

ขั้นตอนแรก: ระบุสถานที่นัดรับและสถานที่ส่งมอบสินค้า เคทีซีให้บริการครอบคลุมจุดหมายปลายทางมากกว่า 195 ประเทศ เราสามารถไปรับสินค้าตามที่คุณแจ้ง หรือนำเข้าสินค้าของคุณจากต่างประเทศ

เรียนรู้เกี่ยวกับพิธีการศุลกากร

การนำเข้าและส่งออกสินค้า จำเป็นต้องปฏิบัติตามระเบียบและข้อกำหนดทางศุลกากรที่แตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ เราพร้อมให้คำแนะนำและบริการด้านพิธีการศุลกากร เพื่อให้สินค้าของคุณผ่านด่านได้อย่างราบรื่นและถูกต้อง

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการนำเข้าสินค้า

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการส่งออกสินค้า

คุณต้องการขนส่งสินค้าประเภทใหน?

คุณต้องระบุน้ำหนัก ขนาด และรายละเอียดของแพ็คเกจสินค้าของคุณ เรามีบริการที่ครอบคลุมของเราสามารถจัดการกับสินค้าได้ตามความต้องการของคุณ

เลือกความรูปแบบในการขนส่งของคุณ

คุณสามารถเลือกรูปแบบบริการและระยะเวลาในการส่งมอบสินค้าได้หลายรูปแบบตามประเทศและประเภทสินค้าของคุณ

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการของเรา

จองเวลาการเข้ารับสินค้า

ขั้นตอนนี้: แจ้งเวลาเพื่อให้พนักงานของเราเดินทางไปรับสินค้าของคุณ

ติดตามสถานะและชำระค่าบริการ

เมื่อการขนส่งสินค้าเริ่มดำเนินการ คุณสามารถติดตามสถานะเพื่อทราบว่าสินค้าอยู่ที่ใดได้

ติดต่อเราตอนนี้  พร้อมรับโปรโมชั่นพิเศษ สำหรับการจัดส่งสินค้า

READ MORE

ขั้นตอนการส่งออกสินค้า: แนะนำขั้นตอนและเอกสารที่ต้องใช้

ขั้นตอนการส่งออกสินค้าสำหรับผู้ที่ต้องการส่งออกสินค้า

ในปัจจุบัน การส่งออกสินค้าเป็นกิจกรรมที่สำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ แต่เนื่องจากมีความซับซ้อนและต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด การตรวจสอบการส่งออกสินค้ามีความสำคัญอย่างมาก ดังนั้นในบทความนี้เราจะแนะนำขั้นตอนการส่งออกสำหรับผู้ที่ต้องการส่งออกสินค้า ดังนั้นขั้นตอนการตรวจสอบสินค้าจะมีดังนี้:

1. การเตรียมตัวและการหาข้อมูล

ผู้ประกอบการที่ต้องการส่งออกต้องทราบว่าสินค้าของตนนั้นตรงกับพิกัดศุลกากรระบบ (HS Code) และรายการสินค้านี้เป็นสินค้าควบคุมหรือไม่ ทั้งนี้ต้องศึกษาด้วยว่าหน่วยงานใดของไทยเป็นผู้รับผิดชอบและมีกฎหมายหรือระเบียบใดที่ควบคุมสินค้านี้อยู่ นอกจากนี้ผู้ประกอบการยังต้องศึกษาข้อมูลรายละเอียดการนำเข้าสินค้าของประเทศที่ต้องการส่งออกด้วย ว่ามีกฎหมายควบคุมอย่างไรบ้าง เมื่อมีข้อมูลครบถ้วนก็สามารถเสนอการขายให้ลูกค้าได้ ในขั้นตอนนี้อาจจะต้องเริ่มหาผู้ให้บริการโลจิสติกส์ (Logistics solution provider) เพื่อประเมินต้นทุนการขายเบื้องต้นเพื่อเสนอแก่ลูกค้า

2. เริ่มต้นทำธุรกิจส่งออก

เป็นขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนการจดทะเบียนพาณิชย์ ซึ่งแบ่งเป็นขั้นตอนย่อย ๆ ดังนี้

A. ผู้ประกอบการต้องทำการจดทะเบียนพาณิชย์เป็นนิติบุคคล

B. การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

C. การจดเบียนเป็นผู้นำเข้าและส่งออก

E. การจดทะเบียนตามระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการค้า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของสินค้าที่จำหน่าย

3. พิธีการศุลกากร

พิธีศุลกากรคือขั้นตอนในการนำสินค้าออกนอกประเทศตามที่กฎหมายกำหนดไว้ โดยใช้บริการของ “ตัวแทนออกของศุลกากร” เพื่อทำหน้าที่ส่งสินค้าไปต่างประเทศ

4. จัดทำเอกสารเพื่อผ่านพิธีการศุลกากร ซึ่งจะต้องมีเอกสารต่อไปนี้

  • ใบขนสินค้าขาออก
  • บัญชีราคาสินค้า (Invoice)
  • บัญชีรายละเอียดการบรรจุหีบห่อ (Packing List)
  • ใบอนุญาติของหน่วยงานของรัฐกรณีเป็นสินค้าควบคุม

5.การจัดส่งสินค้า

การจัดส่งสินค้าจะต้องใช้บริการของผู้ให้บริการโลจิสติกส์ (Logistics solution provider) เพื่อจัดการขนส่งสินค้าไปยังปลายทาง โดยจะต้องมีการวางแผนการขนส่งและเลือกใช้วิธีการขนส่งที่เหมาะสม ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 3 วิธี ได้แก่

A. การขนส่งทางเรือ (Sea freight) ใช้สำหรับการขนส่งสินค้าที่มีน้ำหนักและปริมาณมาก รวมถึงสินค้าที่มีระยะทางไกล

B. การขนส่งทางอากาศ (Air freight) ใช้สำหรับการขนส่งสินค้าที่ต้องการใช้เวลาน้อยและต้องการระยะทางสั้น

C. การขนส่งทางบก (Land freight) ใช้สำหรับการขนส่งสินค้าที่มีระยะทางใกล้เคียงและต้องการระยะเวลาในการจัดส่งที่รวดเร็ว

ทั้งหมดนี้เป็นขั้นตอนเบื้องต้นสำหรับการเตรียมตัวเป็นผู้ส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษาได้เลย

 

สนใจติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ : 02-2861967-9

อีเมล์ : info@ktclogistics.co.th

เพิ่มเพื่อน

READ MORE

สินค้าที่ไม่รับขนส่งไปต่างประเทศ

สินค้าต้องห้ามและข้อควรระวังในการส่งออกไปต่างประเทศ

สินค้าที่ไม่รับขนส่งไปต่างประเทศ

สินค้าที่ไม่รับขนส่งไปต่างประเทศ: สิ่งที่คุณควรรู้ก่อนส่งของ

การส่งสินค้าไปต่างประเทศเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวัง เนื่องจากมีข้อจำกัดและข้อห้ามเกี่ยวกับประเภทสินค้าที่สามารถขนส่งได้ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ผู้ส่งออกควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับสินค้าที่ไม่รับขนส่งไปต่างประเทศ รวมถึงข้อกำหนดและเงื่อนไขต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ประเภทของสินค้าที่ไม่รับขนส่งไปต่างประเทศ

สินค้าบางประเภทถูกห้ามส่งออกโดยเด็ดขาดเนื่องจากอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อม หรือความมั่นคงของประเทศปลายทาง:

1. อาหารบางชนิด

  • อาหารสด: เน่าเสียง่ายและอาจเป็นพาหะนำโรค
  • อาหารที่มีส่วนประกอบของเหลว: เสี่ยงต่อการรั่วไหลและสร้างความเสียหาย
  • อาหารที่ต้องแช่เย็น/แช่แข็ง: ยากต่อการควบคุมอุณหภูมิระหว่างขนส่ง

2. ของมีค่าและเอกสารทางการเงิน

  • เพชร พลอย อัญมณี: มูลค่าสูงและมีความเสี่ยงต่อการสูญหายหรือถูกโจรกรรม
  • ทองคำ เงินแท่ง: อาจมีข้อจำกัดในการนำเข้าในบางประเทศ
  • แสตมป์ เงินสด เช็ค ธนบัตร ตราสารหนี้: เสี่ยงต่อการสูญหายและอาจมีข้อจำกัดในการนำเข้า

3. สารเคมีและวัตถุอันตราย

  • สารเคมีทุกชนิด: อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
  • อาวุธปืน กระสุน วัตถุระเบิด: ผิดกฎหมายและเป็นอันตรายต่อความปลอดภัย

4. สิ่งมีชีวิตและซากมนุษย์

  • สัตว์ทุกชนิด: อาจเป็นการทารุณกรรมสัตว์และมีข้อจำกัดในการนำเข้า
  • ชิ้นส่วนมนุษย์ เถ้ากระดูก: เป็นเรื่องละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมและศาสนา

5. สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และยาเสพติด

  • สินค้าปลอม สินค้าลอกเลียนแบบ: ผิดกฎหมายและละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
  • ยาผิดกฎหมาย สารเสพติด: ผิดกฎหมายและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

สินค้าที่อาจมีข้อจำกัดในการส่งออกไปต่างประเทศ

นอกจากสินค้าต้องห้ามแล้ว ยังมีสินค้าบางประเภทที่อาจมีข้อจำกัดในการส่งออกไปต่างประเทศ ซึ่งอาจแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ:

  • สินค้าที่ต้องมีใบอนุญาต: เช่น ยาบางชนิด อุปกรณ์ทางการแพทย์ สารเคมีบางชนิด
  • สินค้าที่ต้องเสียภาษี: เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่
  • สินค้าที่ต้องมีการตรวจสอบ: เช่น ผลิตภัณฑ์อาหาร พืช สัตว์

สิ่งที่ควรทำก่อนส่งสินค้าไปต่างประเทศ

  1. ตรวจสอบรายการสินค้าที่ไม่รับขนส่งไปต่างประเทศ และข้อจำกัดกับผู้ให้บริการขนส่งหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  2. ศึกษาข้อกำหนดและเงื่อนไขการนำเข้าของประเทศปลายทาง
  3. เตรียมเอกสารที่จำเป็น เช่น ใบอนุญาต ใบรับรอง ใบกำกับสินค้า
  4. เลือกผู้ให้บริการขนส่งที่น่าเชื่อถือและมีประสบการณ์

การทำความเข้าใจและปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกสินค้า จะช่วยให้การดำเนินธุรกิจของคุณเป็นไปอย่างราบรื่น ปลอดภัย และปราศจากปัญหาทางกฎหมาย

READ MORE